ขอความคิดเห็นเรื่องนกพิราบ กับสังคมมนุษย์

ขอความกรุณา ในการชี้แนะด้วยขอรับ

   ในปัจจุบันนกพิราบได้ปรับตัวมาอยู่ร่วมกับสังคมมนุษย์ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก มีทั้งมุมมองว่าอยู่ร่วมกันได้และไม่ได้
แต่ข้อเท็จจริงนกพิราบเป็นนกต่างถิ่น และมีผลกระทบในเรื่องความขัดแย้งกับเกษตรกร และนกท้องถิ่นเดิม
การที่นกพิราบนอนอยู่ในเมืองบนอาคารสูง ทำให้มีผู้ล่าน้อย แต่ด้วยปริมาณที่มากทำให้เกิดการหมักหมมของมูล
จนเกิดเชื้อโรคที่นำมาสู่มนุษย์ได้  จึงมีเรื่องที่อยากจะขอความคิดเห็นดังนี้ขอรับ

1.ในมุมมองของหลายๆท่าน ยังมีปัญหาอะไรที่เกิดจากนกพิราบอีกไหม เราอยู่ร่วมกันได้ไหม

2.หากจะมีการแก้ปัญหาควรที่จะใช้วิธีการไหนดี จึงจะดีที่สุด
 2.1กำจัด
 2.2ทำหมัน(วิธีนี้อยากถามว่ามีวิธีการทำหมันอย่างอื่นนอกจากผ่าตัดไหม และมีค่าใช้จ่ายสูงไหม)

3.มีความคิดเห็นแบบอื่นอีกไหม

ขอขอบคุณในคำตอบและความคิดเห็นล่วงหน้าด้วยขอรับ

Comments

ความเห็นที่ 1

เบื่อมากครับ สร้างความเดือดร้อนมากที่บ้าน อึ เรื่องหนึ่ง แย่งอาหารสัตว์เลี้ยงกินเรื่องหนึ่ง เราไม่เลี้ยง ข้างบ้านดันคอยให้อาหาร ไม่รู้จะว่าไง เต็มไปหมด บางทีก็มาทำรังอยู่หลังตู้แอร์ ถ้าเจอตั้งแต่ตอนสร้างก็เขี่ยออกทัน ถ้าเจอตอนเป็นไข่เป็นตัวแล้วก็สงสารอีก... 

ความเห็นที่ 1.1

ถั่วเขียวแช่เหล้าขาว..เลี้ยงเลย 10 นาทีเชื่องจับได้...เอาไปทำอาหารปลาได้ครับ

ความเห็นที่ 2

ขอบคุณความเห็นพี่นณณ์ขอรับ ก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับมุมมองของบางท่านด้วย แต่เรื่องอึนี่ บางที่ก็เป็นปัญหาใหญ่เลย
img_8259.jpg

ความเห็นที่ 3

อาจจะฟังดูโหดร้าย แต่ผมก็กำจัดเรื่อยๆนะครับ

ความเห็นที่ 4

เคยได้ยิน "เขาว่า"
เรื่องที่คุณสืบลากปืนออกไปยิงนกยูงอินเดียที่ท่านพบในห้วยขาแข้ง ....

ไม่รู้เท็จจริงแค่ไหน
แต่ผมเห็นด้วย

ความเห็นที่ 5

สนับสนุนวิธ๊ที่หนึ่งอีกหนึ่งเสียง

และอาจรวมความไปถึงกรณีสุนัขจรจัดด้วย

ไม่ใช่เฉพาะในชุมชนเมืองเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มประชากรของสุนัขจรจัดและควรได้รับการจัดการ

แต่โดยเฉพาะในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่โดยรอบยิ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและควรได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน

ความเห็นที่ 6

เอาไปเป็นอาหารเหยี่ยวได้ไหม ไม่ก็เพาะนกที่เป็นผู้ล่ามาปล่อยในเมือง (มันจะอยู่ได้ไหมหว่า)

ความเห็นที่ 6.1

เกรงว่านกนักล่าจะไม่จ้องแต่นกพิราบน่ะสิขอรับท่าน
เดี๋ยวเหมือนกรณีของ canetoad อีก

ถ้าสามารถฝึกนกนักล่าได้ ต้องใช้จำนวนเท่าไหร่จึงจะสามารถควบคุมอัตราการแพร่ประชากรของนกเป้าหมายได้?

น่าคิดขอรับ

ความเห็นที่ 6.2

ผมว่าน่าจับไปเป็นเหยื่อของเหยี่ยวตามสวนสัตว์ได้นะครับ(แต่ต้องระวังเรื่องโรคเพราะเป็นสัตว์ปีกเหมือนกัน) อีกอย่างคือน่าเอาไปไปเหยื่องูหรือตะกวดตามสวนสัตว์ได้(สัตว์เลื้อยคลานไม่ต้องกลัวติดเชื้อมากเท่าพวกนกด้วยกัน)

ความเห็นที่ 7

จับเอาไปปล่อยป่า

ความเห็นที่ 7.1

คงจะยากครับ ที่บริษัทที่ผมทำงานอยู่ลงทุนทำกรงดักขนาดใหญ่หลายกรงจับได้ครั้งละไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัวเอาไปปล่อยเขาเขียวก็แล้ว อยุธยาก็แล้ว ผลปรากฏว่ากลับมาแทบทุกตัว(ทำสัญลักษณ์ไว้)แถมเอาเพื่อนมาอีก ดูจากจำนวนที่เพิ่มขึ้น จ้างบริษัทที่ว่ารับกำจัด รับรองผล100% ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ เรื่องยาก็ไม่ได้ผล ทุกวันนี้ที่บริษัท ทำใจแล้วครับหาทางป้องกันสินค้าที่จะเปลื้อนขี้นกพิลาบด้วยการหุ้มพลาสติกตอนที่ผลิตเสร็จใหม่ๆครับ ขนาดมีพลาสติกแผ่นใหญ่คล้ายมู่ลี่ที่หน้าประตูป้องกันการบินเข้ามา ผลปรากฏว่ามันไม่บินเข้ามาครับ แต่มันเดินเข้ามาแทนการบิน

ความเห็นที่ 7.1.1

มันกลับมาได้จริงๆ หรือนี่ ก่อนเคยได้ความรู้มาว่ามันไม่เหมือนนกพิราบสื่อสาร มันเป็นนกพราบป่าที่ไม่สามารถจำทางกลับได้

ความเห็นที่ 7.2

มันไม่ชอบต้นไม้ครับ มันชอบตึก(เพราะบรรพบุรุษของมันก็อาศัยตามหน้าผาหิน) ถึงจับไปปล่อยป่ามันก็กลับมาอีก อย่าลืมว่ามันเป็นนกที่จำเส้นทางเก่งได้ที่สุดชนิดหนึ่ง คนเลยนำมาใช้สื่อสารครับ

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าการขยายตัวของเมืองและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ตลอดจนการที่บางคนชอบโปรยอาหารให้มัน เป็นปัจจัยที่ทำให้มันเพิ่มจำนวนขึ้นครับ

จริงๆแล้วมันก็กินได้นะ โดยเฉพาะนกพิราบต่างจังหวัด ผิวพรรณค่อนข้างสะอาด ส่วนนกใน กทม.มักมอมแมมเลอะเทอะ

ความเห็นที่ 7.2.1

นกพิลาบเป็นพาหะของโรคหลายชนิดครับ เลยไม่ค่อยมีคนนิยมกินกัน ยกตัวอย่าง ไข้สมองอักเสบ ไข้หวัดนก โรคนิวคลาสเซิล(ผู้ที่เลี้ยงไก่จะรู้ดี) อื่นๆอีกมากมาย เมื่ก่อนจะมีเมนูนกพิลาบน้ำแดง แต่ตอนนี้ให้กินฟรีก็ไม่มีคนสั่งมากินครับ

ความเห็นที่ 7.2.1.1

กระดูกแข็งมาก ไม่อร่อย

ความเห็นที่ 7.2.2

แต่แบบนี้อร่อยเหมือนกันนะครับ กระดูกก็ไม่แข็งมาก เพราะเขาใช้นกที่ยังไม่โตเต็มที่ wink

ความเห็นที่ 8

สงสัยต้องปรึกษาวิศวกรสาขานิวเคลียร์ซะแล้ว เห็นว่ามีรับฉายรังสีทำให้เป็นหมั่นในสิ่งมีชีิวิตนิ

ความเห็นที่ 9

ขอบคุณในทุกๆความเห็นขอรับ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ลำบากจริงๆ ทั้งวิธีการ และความรู้สีกจริงๆ

ความเห็นที่ 10

เคยเห็นติดประกาศตามรถสองแถว เจลไล่นกพิราบ ได้ผล 100%

มันใช้ได้จริงหรือเปล่าครับ

ความเห็นที่ 10.1

ได้ผลครับเสียตังค์ฟรี 100% (ปล.เขาจะมาตืบผมหรือเปล่าเนี่ย) ที่บริษัทลองมาแล้วครับ แรกๆก็ได้ แล้วก็เบิร์ดๆครับซักพักเจลก็จะชินกับนกไปเองอิอิ

ความเห็นที่ 11

คิดไปคิดมาผมว่าจริงๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นก นกมันแค่ต้องการที่อยุ่ ซึ่งเรายึดไปแล้ว
แล้วพอดีว่า มีคนให้อาหาร บวกกับ มันปรับตัวอยู่ในเมืองที่ธรรมชาติเสื่อมๆของคนได้

ทีนี้ จำนวนมันก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณอาหารที่คนให้

ถ้าคนไม่ให้อาหาร ก็จบ

แก้ที่คน น่าจะตรงประเด็นกว่า ถ้าไม่มีใครให้อาหารมันเลยสักปีนึง ปัญหาน่าจะคลี่คลาย ? ... รึไม่ ?


ปัญหาเดียวกับผักตบชวา พอดีมันทนอยู่ในน้ำเสียๆได้ พอดีน้ำเสียมีธาุตุอาหารเยอะ พอดีคนนี่เองทำน้ำเสียธาตุอาหารเยอะคอยป้อนให้มัน  ดังนั้น เก็บยังไง ก็ไม่หมด

อีกหน่อยมันอาจกินกันเอง ดูิสิ ปากเริ่มเป็นเหยี่่ยวแล้ว !!

ความเห็นที่ 12

อุปกรณ์ป้องกันนกพิราบลงจอด (ภาพจากเน็ต)
คิดว่าน่าจะใช้ได้ผลดี แต่เสียวว่าวันไหนเมาๆ จะไปท้าวแขนโดนเหล็กเสียบซะเองไหมหนอ
1324869123bird-technet1.jpg

ความเห็นที่ 13

ใช้ได้ดีกับตึกที่ไม่มีพื้นที่มากนัก แต่ถ้ามีที่กว้างพอเกาะได้ซักหน่อยหมดสิทธิ์ครับ ใช้ได้กับครัวเรือนในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ที่ทำงานผมมันทำรังในท่อไอเสียของเครื่องดับเพลิงโรงงานเลยครับ (นานๆใช้ทีตอนซ้อมหนีไฟเท่านั้น) พอเครื่องติดทีกระเด็นออกมาทั้งรังเลยครับ

ความเห็นที่ 14

ลองดูวิธีนี้ดูครับ เค้าว่าลองแล้วได้ผล โดยส่วนตัวแถวบ้านมีแค่ไม่กี่ตัวไม่เคยลองครับ

http://www2.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=315937

ความเห็นที่ 15

ผมว่าแค่หยุดให้อาหารจบไม่ได้หรอกครับ มันคุ้ยขยะได้เหมือนหมาเลย ในเรื่องของการกำจัด วิธีแรกน่าจะเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าพูดกันในเรื่องของจริยธรรม ก็คงจะเป็นวิธีที่สอง ถ้าเป็นวิธีนี้ใครจะสนับสนุนด้านการเงิน ผมว่าภาษีที่เราจ่ายๆกันไปอาจจะพอใช้อยู่ ถ้าไม่เข้ากระเป๋าใครไปซะก่อน ก็น่าจะพลักดันให้เกิดกระบวรการควบคุมได้นะครับ  ส่วนความที่คิดว่าจะเอานกล่าเหยื่อมาล่ามันอีกทีนี่ไม่สนับสนุนนะครับ นอกจากจะไม่แน่ใจว่าจะล่านกพิลาบให้เรารึเปล่า จะกลายเป็นเอเลี่ยนทำลายชนิดพันธุ์อื่นเหมือนที่ประสพอยู่ทุกวันนี้รึเปล่า (ออสเตรเลียน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีเรื่องการแก้ปัญหาเอเลี่ยน ด้วยการเอาเอเลี่ยนอีกตัวเข้าไปกำจัด สุดท้ายแม่งช่วยกันทำลายชนิดพันธุ์ท้องถิ่นซะเกลี้ยงเลย) เราไม่รู้เลยว่านกพิลาบจะนำพาโรคร้ายอะไรมาสู่นักล่าที่เราลงทุนไปบ้าง จะคุ้มกับการซื้อเหยี่ยวเข้ามาตัวไม่ใช่ถูกๆ อาจจะมีการเพาะเลี้ยงแล้วเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร? พอออกล่ากินนกพิลาบได้ตัวนึง ติดโรคตาย.... อนาถนักแล

ผมว่ากระทู้นี้น่าสนใจนะครับ ถกปัญหากันไปเรื่อยๆเราอาจจะปิ๊งไอเดียเก๋ๆออกมาก็ได้ :D

ความเห็นที่ 15.1

ปืนอัดลมครับท่าน cheeky

ความเห็นที่ 15.1.1

เคยใช้ที่บึงบอระเพ็ด

ได้ผลในระยะแรก สามารถกำจัดได้เกือบหมด ส่วนที่รอดก็อพยพหนีไป
แต่ไปได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับพฤติกรรมระวังภัยมากขึ้น ล่ายากขึ้น
หลายๆ รอบเข้าทั้งผู้ล่าและเหยื่อต้องพัฒนาชั้นเชิงและฝีมืออยู่ตลอดเวลา
เลยกลายเป็นเกมหนูจับแมว ที่ไม่มีวันจบ ห้ามเหนื่อย ห้ามพัก
เราหยุดเมื่อไหร่อพยพกลับเข้ามาเต็มสถานี

ความเห็นที่ 15.2

ส่วนใหญ่ทีมงานที่เอาเหยี่ยวมาจัดการกัน เค้าทำแบบเฉพาะพื้นที่ครับ และไม่ได้มีเป้าหมายถึงขั้นจะขจัดให้นกพิราบหมดไปจากสภาพแวดล้อมทั้งหมดแต่อย่างใด
 *เหยี่ยวที่ใช้ก็ต้องเลือกสายพันธุ์ที่ฆ่าได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ไปบินขู่เฉยๆ รวมทั้งต้องไม่มีปัญหาด้าน พรบ.ด้วย เท่าที่ทราบตอนนี้ก็มี เหยี่ยวแฮรีส เหยี่ยวเซเกอร์ฟัลคอน หรือลูกผสมเซเกอร์/เพเรกริน ฯลฯ
  

ความเห็นที่ 15.3

ผมก็ไม่ได้คิดว่า การงดอาหารจะทำให้มันหมดไปครับ แต่อย่างน้อยน่าจะระงับการเพิ่มจำนวนของมันได้ เพราะเมื่ออาหารหายากขึ้น ร่างกายของมันก็มีพลังงานสะสมลดลง ระบบสืบพันธุ์ก็น่าจะลดประสิทธิภาพลงด้วย

ความเห็นที่ 16

         สมัยก่อนที่บ้านในสวน ใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนกพิราบมาอาศัยอยู่มากมาย
สร้างความรำคาญให้กระผมและครอบครัว สุดท้ายทนกับมันไม่ไหว เลยลากลูกซองออกมายิง
แต่แล้วด้วยมือปืนฝีมือห่วยขั้นเทพ จึงหมดกระสุนไปหลายกล่องแต่ไม่มีนกบาดเจ็บซักตัว
บางครั้งพอเห็นเราแบกปืนไปก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แถมหัวเราะถากถาง พากินซุบซิบว่าไม่ต้องหนีหรอกไอ้นี่ มันยิงไม่เคยถูก (พวกเราคิดเสียว่าเป็นเสียงประทัดก็แล้วกันมันมาจุดประทัดใส่พวกเราสามสี่ลูกเดี๋ยวมันก็กลับ) บางครั้งยิงไม่ถูกมันก็ยักคิ้วแล้วมองด้วยสายตาเย้ยหยัน ในที่สุดจึงยกบ้านให้พวกมันไป
          แต่แล้ววันหนึ่ง คุณแม่ได้ตำราผีบอกมา! ใช้ถุงกระสอบพลาสติก ผู้เชือกแล้วห้อยไว้ที่ชายคาบ้าน พวกเราจึงช่วยกันนำถุงอาหารสุนัขที่ไม่ได้ใช้ ผู้ไว้รอบบ้าน กลายเป็นบ้านที่มีแต่เสียงดนตรีเพราะเวลาลมพัด "ซวบซาบ" ตลอดทั้งวันเพราะบ้านอยู่ใกล้ทะเล แต่แล้วตำราผีบอกก็แสดงอิทธิฤทธิ์ พวกนกพิราบพากันทิ้งบ้านหนีกันอุตลุดเราเลยไม่เคยพบพวกมันมากวนใจอีกเลย ตอนนี้ถุงพลาสติกก็พวกันเปื่อยขาดหลุดหายไปตามกาลเวลา พวกเราจึงยึดบ้านคืนได้อย่างสงบ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด นับว่าเป็นการบุกยึดอย่างละมุนละม่อมที่สุด^^

ปล.ไม่รู้ว่าใช้ได้กับเฉพาะนกแถบชนบทเท่านั้นหรือไม่ และไม่แน่ใจว่าจะมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ที่ทำให้พวกมันพากันทิ้งบ้านผมไป

หรือจะใช้วิธีตามลิงค์นี้http://www.youtube.com/watch?v=NX8Wo_UnK1Eแต่โหดร้ายไปหน่อย เว็ปมาสเตอร์โปรดพิจารณา
        

ความเห็นที่ 17

เมื่อครั้งที่ยังเลี้ยงหมาประมาณแปดตัว ก็จะวางอาหารเม็ดไว้รอบบ้าน
ก็ปรากฎว่าสุนัขไม่ค่อยอ้วน แต่พิราบอ้วนเอาๆ และเพิ่มจำนวนมากขึ้น
คุณพ่อบ้านก็ชอบไปนั่งทานอาหารเช้าในสวน และมีอาหารไปให้นกเขา
ที่บินไปมา อาศัยอยู่ในสวน นกเขาก็โดนพิราบจิกไล่ด้วย

สุดท้ายทนพิราบไม่ไหว พอออกไปไล่ มันชอบบินหนีไปเกาะหลังคาบ้าน
แล้วก้มลงมาหัวเราะเยาะ เหมือนกับบอกว่า ตามมาจิ ๆๆๆๆๆ
แล้วไอเดียก็พุ่ง ลองดูสักทีเป็นไรไป ว่าแล้วก็เอาไม้รวกยาว
ปลายผูกถุงก๊อบแก๊บไว้ให้แน่น พอเห็นพิราบร่อนลงพื้น
ก็ออกไปเอาไม้รวกไล่ เสียงลมปะทะกับถุงก๊อบแก๊บ ก็ทำให้พิราบตกใจ
พอบินขึ้นเกาะหลังคา ก็ไล่ต่ออีก (บ้านชั้นเดียว)
ทำอย่างนี้ (ไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว) อยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์
พร้อมกับเก็บอาหารหมาให้เรียบร้อย พิราบก็หมดไปจากบริเวณบ้านค่ะ

จากประสบการณ์นี้ ทำให้คิดเอาเองว่า
1. ต้องเก็บอาหารให้มิดชิด
2. พิราบกลัวคน (555) และกลัวเสียงที่ไม่มีจังหวะแน่นอน
3. พิราบกลัวตาย

สรุปเห็นด้วยกับคุณนายแมลงค่ะว่า เสียงถุง+ลมช่วยไล่พิราบได้

ความเห็นที่ 18

เป็นกระทู้ที่ดีนะเนี่ย

ความเห็นที่ 19

ผมอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์

ในตัวเมืองไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนกพิราป..แต่พอตกเย็นพลบค่ำ

สายไฟในเมือง บริเวณแยกตลาดสด เต็มไปด้วยนกเอี้ยง

ส่งเสียงเจี้ยวจ๊าว  แถมมูลอีกเป็นระยะๆ  ผู้คนสัญจรตามฟุตบาธ

ต้องคอยหลบมูล  ใครเผลอก็กลางหัว  จุดประทัดไล่  ใช้แผ่นซีดีแขวน

สักพักก็เหมือนเดิม  คล้ายๆแยกสีลมที่นกอีแอ่นมาเกาะสายไฟถ่ายมูลเต็มไปหมด

ทั้งเสียง  ทั้งมูล.........ปวดหัวดี

ความเห็นที่ 20

ทีนกแอ่นรังขาวมาอยู่ในบ้าน ไม่เห็นมีใครบ่นเลย อิ อิ

ความเห็นที่ 20.1

นั่นดิขอรับ อิอิ

ความเห็นที่ 21

   ก็ได้รับฟังข้อมูลมามากมายพอสมควร เบื้องต้นก็มีความเห็นไปในทิศทางที่ใกล้เคียงกัน
อันนั้นก็ถือว่าเป็นมาตรการที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
  หากในวันหนึ่งสถานการณ์เรื่องนกพิราบ รุนแรงขึ้นจนเกินความรับได้ของเรา และจำเป็นต้องมีวิธีการในการหาทางออก เราจะได้ช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที เพราะเราได้เคยคิดกันมาแล้ว  
   เพียงแต่กำลังคิดถึงมาตรการที่เบาลงกว่านี้ ว่ามีความเป็นไปได้ไหม ผลลัพธ์ในการลดจำนวนจะใกล้เคียงกับวิธีแรกไหม งบประมาณจะบานปลายไหม 
   จึงเขียนมาขอความรู้และทรรศนะจากหลายท่านขอรับ และขอขอบคุณในทุกความคิดเห็นขอรับ 

   ใครมีอะไรจะเพิ่มเติมต่อก็เรียนเชิญด้วยขอรับ

ความเห็นที่ 21.1

ยังมีวิธีครับ แต่ไม่รู้บ้านเราจะทำได้หรือเปล่า อาหารนกครับแต่ผสมด้วย เคมีที่ทำให้มันเป็นหมัน ที่บริษัทฯ ที่ญี่ปุ่นเขาใช้อยู่ แต่ต้นทุนค่อนข้างสูง และก็ใช้เวลาในระยะยาวครับ อีกวิธีหนึ่งก็คออาหารที่ให้นกกิน เมื่อกินเข้าแล้วมันไปกินน้ำอาหารจะพองแล้วไม่ย่อย สุดท้ายตายสยอง ปัญหาก็คือตายตรงไหนไม่รู้ ได้กลิ่นอีกทีหนอนรุมเพียบเหม็นไปทั่วเลยครับ ปล.ตอนนี้เลิกใช้แล้วครับ(ที่เมืองไทย)

ความเห็นที่ 22

แต่ที่แน่ๆ คลองที่ผมลง มีแต่พวกนี้ทั้งนั้น ตัวคั่กๆแทบทุกตัว
img_0138.jpg

ความเห็นที่ 22.1

มีร้านอาหารบางร้านมีเมนูลาบปลาดูดแล้วนะครับ